![]()
สวัสดีครับ หลังจากที่บทความที่ทางเราเคยทำไว้ในการสอน วิธีการเลือกซื้อ GPS ระบบนำทางติดรถยนต์ ได้รับกระแสตอบรับจากสมาชิกอย่างดี ก็ต้องขอขอบคุณสมาชิกของเราที่นำไปบอกเล่าสู่กันฟังนะครับ ได้แต่หวังว่าบทความใหม่นี้จะช่วยเป็นประโยชน์สำหรับคนที่จะหาของเล่นใหม่มาเล่น เช่น Android Tablet หรือที่เรียกกันแบบชาวไทยจ๋าว่า iPad จีน นั่นเองครับ
วิธีการเลือกซื้อ Android Tablet หรือ iPad จีน (ไอแพดจีน) แบบง่ายๆ
การเลือกซื้อ Android Tablet ก็จะคล้ายกับเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือ GPS ติดรถยนต์ นั่นแหละครับ หรือเรียกง่ายๆก็คือ เราก็ดู Specification ของตัวเครื่องไว้เป็นสำคัญครับ ซึ่งการเลือกซื้อยังมีอยู่หลายอย่างที่ควรพิจารณา ทางเราแบ่งให้เห็นกันง่ายๆดังนี้ครับ

1. CPU ตัวนี้เป็นตัวเลขที่แสดงถึงความแรงที่ตัว Tablet มี นั่นหมายถึงยิ่งเลขมากก็ยิ่งดีนั่นเองครับ รุ่นแรกๆที่คนไทยหอบหิ้วกันเข้ามาขาย หรือที่เรียกกันสนั่น Google ว่า รุ่นดักควายนั้น มี CPU เพียง 300MHz แค่นั้นเองครับ ทำให้การทำงานอืด หนืด เรียกว่าเอาเงินไปทิ้งครับ
ซึ่ง ณ ปัจจุบัน iPad จีน หรือ Android Tablet แบบเกรดดีหน่อย มีการใช้ CPU ตั้งแต่ 800Mhz จนถึง 1.2GHz เลยทีเดียวครับ ซึ่งในปัจจุบันจะต้องดูควบคู่ไปด้วยว่าเป็น Dual Core หรือ Single Core ซึ่ง Dual ( CPU แกนคู่ ) ก็จะประมวลผลได้ไวกว่าแม้จะมีตัวเลข CPU เท่ากันก็ตามทีครับ
ตอนนี้บางยี่ห้ออาจมีชิพที่วิ่งได้สูงสุดถึง 1.5GHz แต่จะแจ้งให้ทราบว่า ตัวเลขสูงสุดที่ CPU รองรับ ไม่ได้หมายความว่ามันวิ่งได้ 1.5GHz นะครับ เน้นอีกครั้ง รองรับ ไม่เท่ากับ ใช่แล้ว ณ ปัจจุบัน (อาจใช่หรือไม่ใช่ก็ได้) ต้องระวังหลายอย่างและรอบด้านจริงๆครับ
อนึ่งขอเตือนนักเล่นมือใหม่ที่จะหา iPad จีน ใช้ หากท่านกำลังมองหาเครื่องเล่นอินเตอร์เนทและเน้นการเล่นเกมส์เป็นหลัก ไม่ได้เน้นเรื่องราคา ขอให้มองข้าม ตระกูล 8650 ไปเลยครับ
เนื่องจากปัจจุบันผู้ขายมักนำ iPad จีน ราคาถูกสุด แต่คุณภาพก็ต่ำลงไปตามระดับราคานะครับ โดยเมนหลักจะเป็น Chip ตระกูล VIA8650 (บางที่เรียก WM8650 หรือ WonderMedia 8650) ชิพรุ่นนี้เป็น ชิพที่คุณภาพต่ำที่สุดในตลาดโลก แม้แต่คนจีนยังถามก่อนที่เราจะซื้อว่าต้องการตัวนี้หรือ มันคุณภาพแย่นะ? ลองอ่านดูรีวิว ที่นี่ ครับ เรา Review แบบเน้นใช้งานจริง ไม่ได้ Review แบบสวยหรู เชิญชวนให้เสียเงินแล้วผิดหวังครับ
2. Ram ยิ่งมากยิ่งดีครับ จะมีตั้งแต่ 128, 256, 512 และ ปัจจุบันสูงสุดอยู่ที่ 1GHz (มีนาคม 2555) ส่วนนี้มีผลทำให้การประมวลผลของโปรแกรมโดยรวม ลื่นไหลขึ้นครับ
3. Android OS คือระบบเครื่องเหมือน Window ในคอมพิวเตอร์นั่นเอง OS มีส่วนช่วยอย่างมากในการขับเคลื่อนของเครื่อง Android Tablet ให้มีความไหลลื่นมากขึ้น ประหยัดพลังงานมากขึ้น ตอนนี้ OS ของ Android Tablet ใหม่สุดจะคงที่ 2.3 หรือที่เรียกกันว่า Gingerbread เช่น รุ่น Rena3, Q7 ของเรานั่นเองครับ ปัจจุบันเราสามารถเห็น iPad จีน ที่เป็น Ice Cream Sandwich (Android 4.0) กันแล้วครับ เช่น Ainol Paladin, EKEN T02 ซึ่งอนาคตอันใกล้นี้ทาง Google ก็แจ้งว่าจะออก Android 5.0 แล้วด้วย (ปลายปี 55)
UPDATE 6/3/2555 ณ ปัจจุบัน มีการนำ Android 4.0 มาใช้ใน iPad จีนแล้ว แต่ก็ยังต้องดูข้อจำกัดของการใช้งาน เพราะ OS สูงๆก็ใช่ว่าจะดีไปทั้งหมด เพราะใหม่ไปก็ไม่ดี อาจมีข้อเสียได้เช่น โปรแกรมบางตัวไม่รองรับ หรือ บางรุ่นไม่สามารถเล่น Adobe Flash ได้เป็นต้น (คือว่าง่ายๆความเสถียรยังน้อยกว่า 2.3 Gingerbread ที่มีคนใช้มากที่สุดในตลาดอยู่ดี) ถ้าพอเป็นภาษาอังกฤษอยู่บ้าง แนะนำให้พยายามหาชื่อรุ่นที่สนใจ และเปรียบเทียบกับเว็บจำพวก Ebay ฯลฯ เพื่อดู Customer Feedback และ Review ว่ารุ่นไหนมีจุดดี จุดด้อยอย่างไร
อนึ่ง แม้ว่า Android OS ของบางรุ่นต่ำกว่า ก็ไม่จำเป็นเสมอไปว่าประสิทธิภาพต้องด้อยตามไปด้วย เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่น CPU, Graphic ครับ
เน้นว่าสำหรับบางรุ่น 4.0 ก็ไม่ได้ดีไปกว่า 2.3 อย่าตัดสินใจที่ตัวเลข OS ครับ
4. หน่วยความจำในเครื่อง ถ้าเป็น Android เวอร์ชั่นต่ำกว่า 2.2 (เช่น Android 1.6, Android 2.1) ต้องเลือกให้เยอะไว้ก่อน เพราะ เวอร์ชั่นเก่าๆ ตัวโปรแกรมที่นำมาลงต้องลงใน Rom เครื่องเท่านั้น เพราะฉะนั้นยิ่งมากยิ่งลงได้เยอะครับ ส่วน Android 2.2 ขึ้นไปจะสามารถลงโปรแกรมใน SD Card ได้เลย จึงไม่ต้องกังวลนัก
5. หน้าจอสัมผัส เป็นแบบ Touch Screen หรือ Multi Touch Screen ซึ่งถ้าเป็น Touch Screen ยังแบ่งออกได้อีกเป็น 2 ประเภทคือ Resistive กล่าวคือต้องใช้ของแข็งเช่น Stylus ในการจิ้มซึ่งแบบนี้ไม่รองรับ Multi Touch และ Capacitive คือต้องใช้นิ้วจิ้ม ใช้ปากกาจิ้มไม่ติด ซึ่งมือถือ Android โดยมากจะเป็นแบบนี้ โดยมากหน้าจอสัมผัสพวก Android Tablet จากจีนส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Resistive ครับ ซึ่งไม่ค่อยดีเท่าไหร่
6. ช่องเสียบต่อเสริมเพิ่มเติม เนื่องด้วยอุปกรณ์ที่ใช้ Android OS นั้นมีความสามารถที่ติดมาด้วยคือรองรับการต่ออุปกรณ์ภายนอกมากมายหลายประเภทครับ หลักๆที่จะมีเกือบทุกรุ่นคือ
- ช่องเสียบ Micro SD Card ดูว่ารองรับได้สูงสุดกี่ GB รองรับได้กี่ช่อง
- ช่องเสียบ USB บางรุ่นสามารถนำ Flash Drive หรือ External Harddisk มาเสียบอ่านไฟล์ได้เลย บางรุ่นต้องมีสายแปลงหัว 20 หรือ 30 Pin มาแปลงเป็น USB ตัวเมีย เพื่อให้เอาอุปกรณ์มาเสียบพ่วงอีกที
- ช่องต่อสาย LAN มีหรือไม่มี ถ้ามีก็สามารถเสียบแล้วใช้งานได้เลย
- ช่องต่อหูฟัง โดยทั่วไปจะรองรับที่ขนาด 3.5mm ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐาน
- ช่องต่อ HDMI สามารถนำภาพออกผ่านสาย HDMI ได้เลย
- ช่องใส่ Simcard หรือ Sim โทรศัพท์ เพื่อโทรออก หรือต่อเนทได้ ฟังก์ชั่นนี้ขอแนะนำในแง่คนขาย และคนใช้ และเพื่อนเตือนว่า อย่าใช้ถ้าไม่จำเป็น เพราะ อุปกรณ์ใดๆเมื่อมีการใส่ซิม โดยเฉพาะ 3G จะทำให้แบตเตอรี่หมดไว อีกทั้งทำให้เครื่องร้อนได้ง่าย อีกทั้งความร้อนที่เกิดขึ้นจะบรรจุอยู่ภายในเครื่อง และเครื่องไม่มีรูหรือพัดลมระบายความร้อนเหมือน Notebook เมื่อใช้ไปนานวันเข้าจะทำให้อุปกรณ์เสื่อมง่ายกว่าปกติครับ

ตัวอย่างช่องเชื่อต่อที่มีหลากหลายรูปแบบจากสินค้า Flytouch 2 ขนาด 10.2 นิ้ว ที่มีทุกช่องครบครัน ตามที่กล่าวมา
7. เรื่องของการเชื่อมต่อแบบไร้สาย เพราะขึ้นชื่อว่า Android Tablet / MID ก็ต้องสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เนทแบบไร้สายอยู่แล้ว แต่จะมีการเชื่อมต่ออีกประมาณ 2 ประเภท ได้แก่
- ต่อเนทแบบ Wifi ซึ่งถือเป็นมาตรฐานเลยก็ว่าได้
- ต่อเนทแบบ 3G บางรุ่นสามารถใส่ Sim 3G ได้เลย ในขณะที่บางรุ่น สามารถเสียบใส่ Aircard 3G ได้ แต่โดยมาก iPad จีน หรือ Android Tablet จะมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก ทำให้แต่ละรุ่นของ Android Tablet รองรับได้ไม่กี่รุ่นเท่านั้น เน้นไว้เลยว่าไม่ใช่ว่ามี Aircard แล้วมันจะ Support ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อนะครับ
8. แบตเตอรี่ โดยทั่วไป Android Tablet จากจีนจะมีข้อจำกัดเรื่องแบตเตอรี่ว่าอยู่ได้ไม่นาน ในขณะที่บางรุ่นที่เคยบอกว่าเป็นรุ่นดักควายรุ่นแรกๆนั้น แบตอยู่ได้เพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น โดยมาก แบตเตอรี่สำหรับ Android Tablet ในปัจจุบันจะอยู่ได้ราวๆตั้งแต่ 3 ~ 5 ชั่วโมง ถ้าใช้งาน Wifi ไปด้วย แบตก็ยิ่งหมดไวครับ อย่าดูที่มิลลิแอมป์ที่มาก เพราะเมืองจีนสามารถปั๊มเลขอะไรก็ได้ ให้ดูจากการใช้งานจริงของผู้ใช้เป็นหลัก
คำถามที่ดีในการซื้อคือ ใช้ได้กี่ชั่วโมง ไม่ใช่ถามว่ามีกี่มิลลิแอมป์ เพราะ แต่ละเมนบอร์ดก็กินไฟไม่เท่ากันอีกครับ
9. G-sensor หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆก็คือเข็มทิศดิจิตอลแบบที่เห็นใน iPhone ที่เวลาเราหมุนเครื่องจอก็หมุนตาม บางรุ่น Support แค่ 3 ด้าน ไม่ใช่ 4 ด้านเป็นต้น หมุนได้ไม่ได้ก็เป็นลูกเล่นนิดหน่อย เอาไว้เล่นเกมส์เสียมากกว่า
10. กล้อง บอกได้คำเดียวว่าไม่ต้องคาดหวังเลยจะดีกว่า เพราะความคมชัดก็คงประมาณแค่ มือถือจีนครับ
11. หน้าตาของตัวเครื่อง เพราะอุปกรณ์จำพวกนี้ คืออุปกรณ์จำพวกพกพา ต้องมีการอวดโชว์เป็นเรื่องปกติ การเลือกสีแจ๋นๆ หรือดีไซน์เห่ยๆ เป็นการบ่งบอกรสนิยมของคนใช้ได้นะครับ ข้อนี้เล็กๆน้อยๆแต่มันจริงจังนะครับ
สำคัญที่สุดสำหรับผู้มีโอกาสเลือกซื้อด้วยตัวเอง แนะนำให้ลองจับ ลองเล่นก่อน จะได้ทราบถึงข้อแตกต่าง เพราะปัจจุบันอินเตอร์เนทเป็นสื่อที่มักพูดด้านเดียว คือพูดแต่ดี ไม่มีด้านเสีย ก็ต้องระวังกันไว้มากๆครับ
รายการ IT ตามใจฉัน ตอน เลือกซื้อแท๊บเล๊ต อย่างไรแบบไม่โดนจูงจมูก
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับมือใหม่อยากเล่น Android Tablet หรือ iPad จีน นะครับ หากมีข้อสงสัยใดๆหรือต้องการติชม บทความ เรียนเชิญได้ที่ Groovy Forum นะครับ :)


